สารคดี Discovery Channel 3. การผจญภัยของพ๊อด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สารคดี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สารคดี แสดงบทความทั้งหมด
สารคดี Discovery Channel 3. การผจญภัยของพ๊อด
Posted by Unknown
Posted on 10:44
with No comments
ป้ายกำกับ:
สารคดี,
สารคดีวิทยาศาสตร์,
สารคดีสัตว์ประหลาด
Ancient Aliens - เอเลียนส์กับอสูรกาย ALIENS AND MONSTERS
Posted by Unknown
Posted on 10:36
with No comments
ป้ายกำกับ:
สารคดี,
สารคดีวิทยาศาสตร์,
สารคดีสัตว์ประหลาด,
สารคดีออนไลน์
สารคดี Ancient Aliens - 203 - Underwater Worlds (พากย์ไทย)
Posted by Unknown
Posted on 10:32
with No comments
ป้ายกำกับ:
สารคดี,
สารคดีนอกโลก,
สารคดีวิทยาศาสตร์,
สารคดีออลไน์
สารคดี Ancient Aliens - 210 - Alien Contacts (พากย์ไทย)
Posted by Unknown
Posted on 10:29
with 1 comment
ป้ายกำกับ:
วัตถโบราณ,
สารคดี,
สารคดีบุคคลสำคัญ,
สารคดีออนไลน์
แหล่งอารยธรรมจากนอกโลก UFO ( Agharta )
Posted by Unknown
Posted on 10:26
with No comments
ป้ายกำกับ:
สารคดี,
สารคดีนอกโลก,
สารคดีวิทยาศาสตร์,
สารคดีออนไลน์
"รีคอน" นักรบเดนตาย Recon
Posted by Unknown
Posted on 10:24
with No comments
ป้ายกำกับ:
ไทย,
บุคคลสำคัญ,
สงคราม,
สารคดี,
สารคดีไทย
อนาคตของอาวุธสงคราม
Posted by Unknown
Posted on 10:23
with No comments
ป้ายกำกับ:
สงคราม,
สารคดี,
สารคดีออนไลน์
ท่องโลกกว้าง (ท่องทั่วทวีป - หมู่เกาะไกลโพ้น) 27 มิถุนายน 2556
Posted by Unknown
Posted on 11:23
with No comments
ท่องทั่วทวีป - หมู่เกาะไกลโพ้น 27June13 by LadyBimbette
ป้ายกำกับ:
ท่องโลกกว้าง,
สารคดี,
สารคดีท่องโลกกว้าง
ท่องโลกกว้าง (ท่องทั่วทวีป - อุรุกวัยและปารากวัย) 28 มิถุนายน 2556
Posted by Unknown
Posted on 11:20
with No comments
ท่องโลกกว้าง (ท่องทั่วทวีป - อุรุกวัยและปารากวัย) 28 มิถุนายน 2556
ท่องทั่วทวีป - อุรุกวัยและปารากวัย 28June13 by LadyBimbette
ป้ายกำกับ:
ท่องโลกกว้าง,
สารคดี
วันที่ 23 มิถุนายน
Posted by Unknown
Posted on 14:30
with No comments
- วันที่ 23 มิถุนายน เป็นวันที่ 174 ของปี (วันที่ 175 ในปีอธิกสุรทิน) ตามปฏิทินสุริยคติแบบเกรกอเรียน เมื่อถึงวันนี้จะยังเหลือวันอีก 191 วันในปีนั้นพ.ศ. 2267 (ค.ศ. 1724) - รัสเซียและตุรกีตกลงเซ็นสนธิสัญญาแห่งคอนสแตนติโนเปิล
- พ.ศ. 2337 (ค.ศ. 1794) - จักรพรรดินี แคทเธอรีนที่ 2 แห่งรัสเซียทรงอนุญาตให้ชาวยิวตั้งรกรากอยู่ในเมืองเคียฟได้
- พ.ศ. 2430 (ค.ศ. 1887) - แคนาดากำหนดให้อุทยานแห่งชาติแบนฟ์ เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรก
- พ.ศ. 2431 (ค.ศ. 1888) - เฟเดริก ดักกลาสเป็นชาวแอฟริกัน-อเมริกันคนแรกที่ได้รับเลือกตั้งให้เป็นประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา
- พ.ศ. 2436 (ค.ศ. 1893) - สยามเรียกทหารอาสาสมัคร 1,000 คน
- พ.ศ. 2437 (ค.ศ. 1894) - คณะกรรมการโอลิมปิกสากล ก่อตั้งขึ้นที่มหาวิทยาลัยปารีส (ชื่อเดิมคือมหาวิทยาลัยซอร์บอน) กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
- พ.ศ. 2490 (ค.ศ. 1947) - รัฐสภาสหรัฐอเมริกาผ่านความเห็นชอบข้อตกลงทาฟต์-ฮาร์ทลีย์ให้เป็นกฎหมายควบคุมแรงงาน ซึ่งเคยถูกยับยั้งด้วยวีโต้ (veto) ก่อนหน้านี้ โดยประธานาธิบดี แฮร์รี เอส. ทรูแมน
- พ.ศ. 2528 (ค.ศ. 1985) - เครื่องบินไอพ่นแบบ 4 เครื่องยนต์ถูกลอบวางระเบิดเหนือมหาสมุทรแอตแลนติกโดยมีผู้ก่อการร้ายชาวสิกข์และในแคชเมียร์ออกมาอ้างความรับผิดชอบ
- พ.ศ. 2529 (ค.ศ. 1986) - เหตุการณ์ชุมนุมประท้วงคัดค้านโรงงานถลุงแร่แทนทาลัมที่จังหวัดภูเก็ต : ผู้ชุมนุมประท้วงก่อเหตุเผาโรงงานไทยแลนด์แทนทาลัม และบุกเขาทำลายทรัพย์สินของโรงแรมภูเก็ตเมอร์ลินโดยเชื่อว่าเป็นที่พำนักของรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมในขณะนั้นที่จะเข้ามาเจรจากับผู้ชุมนุม การจลาจลครั้งนี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของจังหวัดภูเก็ตจากอุตสาหกรรมเหมืองแร่ไปสู่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโดยสมบูรณ์
- พ.ศ. 2554 (ค.ศ. 2011) - การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในประเทศไทย พ.ศ. 2554: พรรคประชาธิปัตย์ปราศรัยใหญ่ที่แยกราชประสงค์ชี้แจงเรื่องเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อปี พ.ศ. 2553
วันเกิด[แก้]
- พ.ศ. 2077 (ค.ศ. 1534) - โอดะ โนบุนากะ ไดเมียวของญี่ปุ่น (สวรรคต ค.ศ. 1582)
- พ.ศ. 2306 (ค.ศ. 1763) - โจเซฟีน เดอ โบอาร์เนส์ ราชินีในจักรพรรดินโปเลียนของฝรั่งเศส (สิ้นพระชนม์ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2357)
- พ.ศ. 2455 (ค.ศ. 1912) - แอลัน ทัวริง นักคณิตศาสตร์และวิทยาการคอมพิวเตอร์ (เสียชีวิต พ.ศ. 2497)
- พ.ศ. 2503 (ค.ศ. 1960) - นิติพงษ์ ห่อนาค นักแต่งเพลงชาวไทย
- พ.ศ. 2509 (ค.ศ. 1966) - เยิ่น เสียนฉี นักร้องและนักแสดงชาวไต้หวัน
- พ.ศ. 2515 (ค.ศ. 1972)
- ซีเนอดีน ซีดาน นักฟุตบอลชาวฝรั่งเศส
- นิโคล เทริโอ นักร้องชาวไทย
วันถึงแก่กรรม[แก้]
- พ.ศ. 2416 (ค.ศ. 1873) – หมอบรัดเลย์ แพทย์ชาวอเมริกัน
- พ.ศ. 2542 (ค.ศ. 1999) – กัณหา เคียงศิริ หรือ ก. สุรางคนางค์ นักเขียนนวนิยาย
วันสำคัญและวันหยุดเทศกาล[แก้]
- วันชาติลักเซมเบิร์ก
ป้ายกำกับ:
ประวัติศาสตร์,
เรื่องในอดีต,
วันที่ 23 มิถุนายน,
สารคดี
สารคดี JACK THE RIPPERสารคดี สงครามกรุงวอซอร์โปรแลนด์
Posted by Unknown
Posted on 11:30
with No comments
ป้ายกำกับ:
สงคราม,
สารคดี,
สารคดี สงครามกรุงวอซอร์โปรแลนด์
สารคดี สงครามเกาหลี 2
Posted by Unknown
Posted on 11:29
with No comments
ป้ายกำกับ:
สงคราม,
สารคดี,
สารคดี สงครามเกาหลี 2
สารคดี สุดยอดเฮลิคอปเตอร์ อาปาเช่
Posted by Unknown
Posted on 11:27
with No comments
ป้ายกำกับ:
ที่สุดในโลก,
สารคดี,
สารคดี สุดยอดเฮลิคอปเตอร์ อาปาเช่
สารคดี สารคดี แม็กเลฟ รถไฟความเร็วสูง เซี่ยงไฮ้
Posted by Unknown
Posted on 11:26
with No comments
ป้ายกำกับ:
ที่สุดในโลก,
เทคโนโลยี,
สารคดี,
สารคดี แม็กเลฟ รถไฟความเร็วสูง เซี่ยงไฮ้
สารคดี MARINE MACHINES ตอน เรือรบล่องหน
Posted by Unknown
Posted on 11:21
with No comments
ป้ายกำกับ:
ทะเล,
สารคดี,
สารคดี MARINE MACHINES ตอน เรือรบล่องหน
สารคดี ท่องโลกกว้าง ตอน มหาสมุทร
Posted by Unknown
Posted on 11:18
with No comments
ป้ายกำกับ:
สัวต์,
สารคดี,
สารคดีท่องโลกกว้าง,
สารคดี ท่องโลกกว้าง ตอน มหาสมุทร
โลกสามมิติ ตอน เวสต์ออสเตรเลีย
Posted by Unknown
Posted on 15:14
with 1 comment
ป้ายกำกับ:
สารคดี,
สารคดีสัตว์ประหลาด,
สารคดีออลไลน์
สารคดี ท่องเที่ยว 3/5ปราสาทผีสิงแห่งอังกฤษ
Posted by Unknown
Posted on 15:07
with No comments
ป้ายกำกับ:
สารคดี,
สารคดีต่างประเทศ,
สารคดีท่องเที่ยว
ดร. โก๊ะเค็งซวี
Posted by Unknown
Posted on 14:48
with No comments
“ชาวสิงคโปร์เชื่อการทำงานหนัก เชื่อในการค้าเสรี เชื่อว่าเราจะปรับตัวได้ เชื่อในการคว้าโอกาสสุดท้ายเชื่อมั่นในตัวเอง นี่คือคุณภาพประชากรที่จะช่วยเปลี่ยนเกาะเล็กๆ ที่มีแต่บึงเฉอะแฉะไปสู่เมืองหลวงที่เฟื่องฟู”
ดร. โก๊ะเค็งซวี
สุนทรพจน์ที่กล่าวในโอกาสเยือนหอการค้าจีน ปี ๒๕๑๒/๑๙๖๙
| วันประกาศเอกราช | ๙ สิงหาคม ๒๕๐๘/๑๙๖๕ |
| ชื่อทางการ | สาธารณรัฐสิงคโปร์ (Republic of Singapore) |
| เมืองหลวง | สิงคโปร์ |
| ระบอบการปกครอง | ประชาธิปไตยแบบรัฐสภา |
| ประชากร | ๕,๐๗๖,๗๐๐ คน (กรกฎาคม ๒๕๕๕/๒๐๑๒, CIA World Factbook) |
| ภาษาราชการ | ภาษาอังกฤษ จีนกลาง มลายู ทมิฬ |
ดร. โก๊ะเค็งซวี เกิดเมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๔๖๑/๑๙๑๘ ที่รัฐมะละกา (ภายใต้การปกครองของอังกฤษ) ครอบครัวของเขาเป็นชาวเปอรานากัน (ลูกผสมจีน-มลายู) เขาย้ายตามครอบครัวมาอยู่สิงคโปร์ตอนอายุได้ ๒ ขวบ เข้าเรียนชั้นมัธยมที่โรงเรียนอังกฤษ-จีน (Anglo-Chinese School) และศึกษาต่อที่วิทยาลัยแรฟเฟิลส์ (Raffles College) จนจบเมื่อปี ๒๔๘๒/๑๙๓๙ จากนั้นรับราชการเป็นเจ้าหน้าที่กรมสวัสดิการสังคมของรัฐบาลอาณานิคมสิงคโปร์
หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ เขากลับเข้ารับราชการตามเดิม ก่อนได้ทุนไปศึกษาต่อด้านเศรษฐศาสตร์ที่ London School of Economics (LSE) ในปี ๒๔๙๐/๑๙๔๗ ขณะอยู่ในลอนดอน เขาร่วมกับนักเรียนทุนสิงคโปร์ที่มีแนวคิดต่อต้านอาณานิคม เช่น ลีกวนยู ก่อตั้ง Malayan Forum เพื่อถกเถียงปัญหาทางการเมืองของอาณานิคม โดยเขารับเป็นประธานกลุ่มคนแรก
เขาจบจาก LSE ด้วยเกียรตินิยมอันดับ ๑ ได้รับรางวัล William Farr Prize แล้วกลับมารับราชการช่วงสั้น ๆ ก่อนได้ทุนกลับไปเรียนต่อระดับปริญญาเอกที่ LSE อีกครั้งในสาขาเดิม จนจบในปี ๒๔๙๙/๑๙๕๖
โก๊ะเริ่มเข้าสู่วงการการเมืองโดยลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกับพรรคกิจประชา (PAP) ของลีกวนยู เส้นทางการเมืองของเขาหลังจากนั้นคือการดำรงตำแหน่งสำคัญ เช่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในปี ๒๕๐๒/๑๙๕๙ ซึ่งเขาวางนโยบายพัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อสร้างงานในประเทศ พลิกเขตจูร่ง(Jurong) จากพื้นที่ชื้นแฉะให้กลายเป็นเขตอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ริเริ่มก่อตั้งคณะกรรมการ Economic Development Board (EDB) ในปี ๒๕๐๔/๑๙๖๑ เพื่อออกมาตรการดึงดูดนักลงทุน หลังสิงคโปร์แยกตัวจากมาเลเซียเป็นเอกราชในปี ๒๕๐๘/๑๙๖๕ โก๊ะผลักดันให้สิงคโปร์เป็นศูนย์กลางทางการเงินของโลกเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจ
อีกบทบาทหนึ่งที่สำคัญคือการเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนแรกของสิงคโปร์ ในช่วงที่ได้รับเอกราชใหม่ ๆ โก๊ะเร่งสถาปนากองทัพสิงคโปร์ท่ามกลางความขาดแคลนทรัพยากรและกำลังคนด้วยการสร้างกลุ่มนายทหารที่จะเป็นกำลังหลักโดยมีกำลังเสริมเป็นอาสาสมัคร ๓,๐๐๐ นาย ต่อมาในปี ๒๕๑๐/๑๙๖๗ จึงเริ่มใช้ระบบเกณฑ์ทหาร โดยผู้ชายสิงคโปร์ทุกคนที่อายุครบ ๑๘ ปีจะต้องเข้ารับการฝึกวิชาทหาร ร้อยละ ๑๐ จะถูกคัดเลือกเข้าประจำการ เมื่อครบกำหนดก็จะปลดประจำการและถูกทดแทนด้วยกำลังสำรองรุ่นใหม่
โก๊ะยังมีผลงานสำคัญขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการตั้งแต่ปี ๒๕๒๒/๑๙๗๙ โดยก่อตั้งสถาบันพัฒนาหลักสูตรการศึกษาที่เน้นให้ผู้เรียนได้เรียนตามความถนัดและความสามารถของตนเอง ซึ่งนโยบายนี้ช่วยลดจำนวนนักเรียนที่ลาออกจากโรงเรียนกลางคัน
ทั้งนี้นอกจากงานใน ๒ กระทรวงสำคัญ เขายังดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการของรัฐบาลอีกหลายชุดและเป็นที่ปรึกษาขององค์กรเอกชนขนาดใหญ่หลายแห่ง
หลังจากตรวจพบมะเร็งในกระเพาะปัสสาวะในเดือนกันยายน ๒๕๒๖/๑๙๘๓ เขาลาออกจากทุกตำแหน่งทาง
การเมืองในเดือนธันวาคมปีต่อมา แต่ยังดำรงตำแหน่งในองค์กรเอกชน อย่างไรก็ตามอาการที่ทรุดลงเรื่อย ๆ ทำให้เขาต้องนอนพักรักษาตัวมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๓/๒๐๐๐ จนถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๓/๒๐๑๐
การเมืองในเดือนธันวาคมปีต่อมา แต่ยังดำรงตำแหน่งในองค์กรเอกชน อย่างไรก็ตามอาการที่ทรุดลงเรื่อย ๆ ทำให้เขาต้องนอนพักรักษาตัวมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๓/๒๐๐๐ จนถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๓/๒๐๑๐
โก๊ะได้รับการยกย่องเป็น “สถาปนิกเศรษฐกิจ” ของสิงคโปร์ ในปี ๒๕๑๕/๑๙๗๒ เขาได้รับรางวัลรามอน แมกไซไซ สาขาบริการรัฐกิจ ได้รับอิสริยาภรณ์ชั้นสูงสุดของสิงคโปร์คือ Order of Temasek เมื่อปี ๒๕๒๘/๑๙๘๕ ในฐานะผู้วางรากฐานการพัฒนาประเทศ กลุ่มธุรกิจและมหาวิทยาลัยแห่งชาติยังตั้งกองทุนและมอบทุนการศึกษาในชื่อของเขาเพื่อเป็นเกียรติมาจนถึงทุกวันนี้
ล่าสุดในปี ๒๕๕๑/๒๐๐๘ ปัวซวีเหลียง (Pua Swee Liang) ภรรยาของเขาก่อตั้งมูลนิธิโก๊ะเค็งซวีขึ้น เพื่อรักษาเรื่องราวและเผยแพร่แนวคิดของโก๊ะต่อสาธารณชน
ผู้เลือก : เอ็ดการ์ เหลียว (Edgar Liao)
อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ วัย ๓๒ ปี
ผมเลือก โก๊ะเค็งซวี (Goh Keng Swee) ด้วยเหตุผลคือ หนึ่ง ลีกวนยู อดีตนายกรัฐมนตรีคนแรกของสิงคโปร์กล่าวสรรเสริญโก๊ะไว้ว่า นี่คือชายที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจแยกสิงคโปร์จากมาเลเซียในปี ๒๕๐๘/๑๙๖๕ ประการแรกโก๊ะคิดว่าการปกครองตนเองคือทางที่ดีที่สุดในการเผชิญปัญหาที่ถาโถมเข้าใส่ มากกว่าจะคงเป็นส่วนหนึ่งของมาเลเซีย ประการต่อมา ในรัฐบาลสิงคโปร์หลังประกาศเอกราช โก๊ะมีบทบาทสำคัญในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้วางรากฐานเศรษฐกิจและสังคมสิงคโปร์ในแบบที่เราเห็นอยู่ในปัจจุบัน
“นโยบายที่ส่งผลมากคือการเกณฑ์ทหาร การปฏิรูประบบการศึกษาและพัฒนาเศรษฐกิจ ระบบเกณฑ์ทหารทำให้หลากหลายเชื้อชาติมาหลอมรวมกัน เกิดความรักชาติ สร้างความมั่นคงให้เกาะเล็ก ๆ ในสายตานักลงทุนต่างประเทศ สนับสนุนให้สอน ๒ ภาษาในโรงเรียนตั้งแต่ปี ๒๕๒๒/๑๙๗๙ เปิดเขตเศรษฐกิจจูร่งในปี ๒๕๐๔/๑๙๖๑ กระทั่งบทบาททางวัฒนธรรม เขาคือผู้ก่อตั้งวงสิงคโปร์ ซิมโฟนี ออร์เคสตรา และสวนสัตว์สิงคโปร์
“ผมรู้จักโก๊ะจากหนังสือเรียนชั้นมัธยม ชื่อของเขาถูกพูดถึงบ่อยรองจาก ลีกวนยู ผมมารู้จักเขามากขึ้นสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ทุกวันนี้ในสิงคโปร์เราคุยเรื่องกลุ่มผู้ก่อตั้งประเทศมากขึ้น จากเดิมที่เน้นที่ ลีกวนยู คนเดียว สมัยก่อนโก๊ะเป็นที่รู้จัก แต่ก็ไม่มากเท่าปัจจุบัน เพราะหลังเขาเสียชีวิตในปี ๒๕๕๓/๒๐๑๐ เริ่มมีบทความที่เกี่ยวข้อง มีหนังสือ ๒ เล่มตีพิมพ์ออกมาในปีเดียวกัน มีการศึกษาชีวิตโก๊ะและผู้ก่อตั้งสิงคโปร์คนอื่น ๆ คนสิงคโปร์หลายคนดีใจที่มีเรื่องราวผู้ก่อตั้งประเทศคนอื่นนอกจาก ลีกวนยู
“สิงคโปร์เป็นประเทศอายุน้อย เราเพิ่งเขียนประวัติศาสตร์ใช้ในโรงเรียนจริงจังเมื่อปี ๒๕๔๐/๑๙๙๗ ก่อนหน้านี้เราไม่ได้ให้ความสำคัญกับประวัติศาสตร์แห่งชาติ เมื่อเขียนก็ไม่ได้เพ่งเล็งที่ผู้นำทางการเมือง แต่ยุคหลัง ๆ เมื่อมีรัฐมนตรีในยุคสร้างชาติเสียชีวิต เรื่องของเขาจะได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน เอาเข้าจริงผมคิดว่าสิงคโปร์อาจไม่ต้องการบุคคลสำคัญ เพราะแต่ละคนต่างมีอยู่ในใจแล้ว”
|
ป้ายกำกับ:
ดร. โก๊ะเค็งซวี,
บทความ,
บุคคลสำคัญ,
สารคดี
ซูการ์โน
Posted by Unknown
Posted on 14:47
with No comments
“ในประเทศอินโดนีเซียเสรีการต่อสู้จะยังดําเนินต่อไป เพียงแต่จะแปลกไปในฐานะที่เราเป็นประชาชนที่
ร่วมกันต่อสู้เพื่อให้บรรลุหลักการที่อยู่ใน‘ปัญจสีลา’”
ซูการ์โน
ประธานาธิบดีคนแรกของอินโดนีเซีย ในสุนทรพจน์ “กำเนิดของปัญจสีลา” ๑ มิถุนายน ๒๔๘๙/๑๙๔๖
| วันประกาศเอกราช | ๑๗ สิงหาคม ๒๔๘๘/๑๙๔๕ |
| ชื่อทางการ | สาธารณรัฐอินโดนีเซีย (Republic of Indonesia) |
| เมืองหลวง | จาการ์ตา |
| ระบอบการปกครอง | ประชาธิปไตยแบบสาธารณรัฐ |
| ประชากร | ๒๔๘,๖๔๕,๐๐๘ คน (กรกฎาคม ๒๕๕๕/๒๐๑๒, CIA World Factbook) |
| ภาษาราชการ | ภาษาอินโดนีเซีย (Bahasa Indonesia) |
ซูการ์โนเกิดวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๔๔๔/๑๙๐๑ ในเกาะชวาตะวันออก ในวัยเด็กครอบครัวสนับสนุนให้เขาเป็น “คนสำคัญ มีประโยชน์ พร้อมรับแสงอรุณ และมีอุดมการณ์” อิทธิพลทางความคิดนี้มาจาก “วาหยัง” หรือหนังตะลุงอินโดนีเซีย ที่เล่าความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรชวาโบราณ เขาถูกส่งไปเรียนชั้นมัธยมในโรงเรียนของชาวฮอลันดา (เนเธอร์แลนด์) ที่เมืองสุราบายา โดยมีผู้ดูแลคือ อุมาร์ ซาอิด โจโครอามิโนโต (Umar Said Cokroaminoto) แกนนำและนักกล่าวสุนทรพจน์คนสำคัญของสหพันธ์การค้าอิสลาม (Sarekat Dagang Islam) สหพันธ์นี้เกิดจากการรวมตัวกันของนักหัตถกรรมผ้าบาติก เพื่อต่อรองผลประโยชน์กับเจ้าอาณานิคมฮอลันดา ต่อมาสหพันธ์ซึ่งมีแนวคิดชาตินิยมนี้ได้มีบทบาทเคลื่อนไหวทางการเมือง ซูการ์โนจึงมีโอกาสซึมซับประสบการณ์หลายแบบ เช่น อ่านหนังสือได้หลายภาษา ติดต่อกับผู้นำฝ่ายอิสลามและสังคมนิยม จนรู้จัก “การเมือง” ตั้งแต่เด็ก จากนั้นเขาย้ายไปเรียนต่อด้านวิศวกรรมศาสตร์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ในสถาบันเทคนิคเมืองบันดุง ทว่าเมื่อโจโครอามิตาโนโตถูกจับ และที่บ้านมีปัญหาการเงิน ซูการ์โนก็กลับบ้านและกลายเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง “พรรคชาตินิยมอินโดนีเซีย” ที่มีสมาชิกถึง ๑ หมื่นคนในปี ๒๔๖๙/๑๙๒๖
ปรากฏการณ์ดังกล่าวสร้างความหวาดระแวงให้แก่ฮอลันดา พรรคชาตินิยมอินโดนีเซียจึงถูกยุบ ซูการ์โนถูกจับ เขาได้รับการปล่อยตัวในปี ๒๔๗๔/๑๙๓๑ แต่ก็ยังเคลื่อนไหวทางการเมืองจนถูกเนรเทศไปเกาะฟลอเรสและเบิงกูลูในปี ๒๔๗๖/๑๙๓๓ ต้องรอจนญี่ปุ่นบุกอินโดนีเซียในปี ๒๔๘๔/๑๙๔๑ จึงได้รับการปล่อยตัวพร้อมนักเคลื่อนไหวคนอื่น ๆ
เมื่อญี่ปุ่นตกลงทำงานร่วมกับกลุ่มนักชาตินิยมโดยชูประเด็นต่อต้านนักล่าอาณานิคมตะวันตก จึงมีการตั้งศูนย์ “ปูเตระ” (Pusat Tenaga Rakjat – Putera) องค์กรรวมนักชาตินิยมอินโดนีเซียและตั้งกองกำลัง “เปตะ” กองกำลังทหารอาสาซึ่งได้รับการฝึกแบบญี่ปุ่น แม้ในทางปฏิบัติองค์กรเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้ญี่ปุ่นดูเป็นผู้ปลดปล่อย ทว่าในความเป็นจริงไม่มีบทบาทจริงจังนัก แต่ก็ทำให้ซูการ์โนกลายเป็นผู้มีบทบาทโดดเด่นในเวลานั้น
๑ มิถุนายน ๒๔๘๘/๑๙๔๕ ระหว่างที่ญี่ปุ่นพ่ายแพ้ในแนวรบทั่วเอเชีย ซูการ์โนร่าง “ปัญจสีลา” ๕ ข้อ ซึ่งทันทีที่สงครามโลกครั้งที่ ๒ ยุติ ในวันที่ ๑๗ สิงหาคมปีเดียวกัน มันถูกประกาศพร้อมกับพิธีประกาศเอกราชที่จัดขึ้นอย่างเรียบง่ายในสวนหน้าบ้านพักของซูการ์โนในกรุงจาการ์ตา เขาอ่านคำประกาศอิสรภาพต่อหน้ากองทหารเปตะว่า “บัดนี้ชาวอินโดนีเซียขอประกาศเอกราช ภารกิจอื่น ๆ และการส่งถ่ายอำนาจจะจัดการต่อไปโดยเร็วที่สุด” จากนั้นฟาตมาวาตี ภรรยาของซูการ์โนจึงคลี่ผืนธงชาติที่เย็บเตรียมไว้ส่งให้ทหารชักขึ้นสู่ยอดเสา พร้อมบรรเลงเพลง “อินโดนีเซียรายา” (อินโดนีเซียอันยิ่งใหญ่) อย่างเปิดเผยเป็นครั้งแรก
สิ่งที่ตามมาคือช่วงเวลาอันยากลำบาก ซูการ์โนเผชิญความท้าทายในการรวมประเทศ ระหว่างปี ๒๔๘๘/๑๙๔๕-๒๔๙๒/๑๙๔๙ เขาต้องเผชิญกับการกบฏของกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง กลุ่มคอมมิวนิสต์ เผชิญหน้าทางทหารกับฮอลันดาที่พยายามกลับมาปกครองอินโดนีเซียอีก ๒ ครั้ง ครั้งสุดท้ายเขาถูกฮอลันดาจับกุมตัวพร้อมผู้นำคนอื่น ก่อนที่แรงกดดันจากนานาชาติจะทำให้ฮอลันดายอมให้เอกราชแก่อินโดนีเซียในวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๔๙๒/๑๙๔๙ อินโดนีเซียจึงฉลองวันชาติได้อย่างเต็มภาคภูมิในปี ๒๔๙๓/๑๙๕๐
ทว่าหลังการเลือกตั้งทั่วไปในปี ๒๔๙๘/๑๙๕๕ ความวุ่นวายทางการเมืองทำให้ซูการ์โนเสนอ “ระบอบประชาธิปไตยแบบชี้นำ” (Guided Democracy) ยุบสภาผู้แทนราษฎร หันมาใช้รัฐสภาที่มีตัวแทนจากหลายสาขาอาชีพ ตั้งรัฐมนตรีในฐานะตัวแทนพรรคการเมือง ยุบพรรคการเมืองหลายพรรค และเพิ่มอำนาจให้ตนเอง ผลที่ตามมาคือบทบาทของกองทัพมีมากขึ้น
อินโดนีเซียยุคซูการ์โนดำเนินนโยบายต่างประเทศได้โดดเด่น เขาร่วมกับผู้นำอินเดีย ปากีสถาน ศรีลังกา และพม่า จัดประชุมกลุ่มประเทศเอเชียและแอฟริกาที่เพิ่งได้รับเอกราชในปี ๒๕๐๘/๑๙๖๕ ที่เมืองบันดุง เพื่อเน้นนโยบายไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดและถ่วงดุลอำนาจค่ายคอมมิวนิสต์และเสรีประชาธิปไตย
อำนาจของซูการ์โนลดลงเมื่อเกิดความพยายามทำรัฐประหารในวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๐๘/๑๙๖๕ ที่เรียกกันติดปากว่า “เกสตาปู” แต่ล้มเหลวเพราะนายพลซูฮาร์โตผู้นำกองกำลังยุทธการสามารถปราบปรามได้ เหตุการณ์นี้ส่งผลให้ซูฮาร์โตมีบทบาทโดดเด่นขึ้นและค่อย ๆ ขึ้นสู่อำนาจ ในที่สุดซูการ์โนก็ถูกบีบให้ลาออกในปี ๒๕๑๑/๑๙๖๘ ทำให้อินโดนีเซียก้าวเข้าสู่ยุค “ระเบียบใหม่” (Order Baru) ที่มีนายพลซูฮาร์โตและกองทัพเป็นผู้นำ
ซูการ์โนอำลาโลกนี้ไปในวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๑๓/๑๙๗๐ เมื่ออายุได้ ๖๙ ปี
ผู้เลือก : อัลฟอไรนัส เกรกอเรียส ปอนตัส (Alforinus Gregorius Pontus)
ในอินโดนีเซียเรื่องของซูการ์โนเล่าต่อกันมาในลักษณะประวัติศาสตร์บอกเล่า คนเฒ่าคนแก่จำนวนมากยังจำเรื่องของเขาได้ เมื่อเราได้ยินชื่อซูการ์โนเรารู้สึกมีกำลังใจ ผมรับรู้เรื่องของเขาครั้งแรกตอนอายุ ๗ ขวบ ตอนนั้นเป็นยุคประธานาธิบดีซูฮาร์โตแล้ว แม้ภายใต้การปกครองที่มีลักษณะเผด็จการห้ามสอนเรื่องพวกนี้ แต่หลายคนก็ยังกล้าพูดถึงซูการ์โน ปัจจุบันยังมีกลุ่มของ เมกาวาตี ซูการ์โนบุตรี บุตรสาวของซูการ์โนที่พยายามทำให้เรื่องของเขาเป็นที่รับรู้อีกครั้ง อย่างไรก็ตามหลักปัญจสีลาคือเรื่องที่เด็ก ๆ ต้องเรียน
“อินโดนีเซียยังต้องการสิ่งที่เรียกว่าวีรบุรุษ บุคคลสำคัญ เราต้องการผู้ที่เป็นแรงบันดาลใจและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน จริง ๆ เรายังมีวีรบุรุษระดับท้องถิ่นอีกเป็นจำนวนมาก และทางการจะประกาศชื่อวีรบุรุษและวีรสตรีของชาติเพิ่มขึ้นเป็นระยะ แน่นอน ซูการ์โนมีข้อผิดพลาด เขามีอำนาจมากเกินไป เมื่อครองอำนาจนานก็กลายเป็นเผด็จการ แต่สำหรับคนอินโดนีเซียเขายังได้รับความนับถือในฐานะบิดาแห่งเอกราชและวีรบุรุษซึ่งต่างจากซูฮาร์โตที่ไม่ได้รับเกียรตินี้แม้จะครองอำนาจยาวนานเช่นกัน
“ปัจจุบันคนอินโดนีเซียไม่ได้ตื่นตัวกับกระแสอาเซียนมากนัก คนที่พูดเรื่องนี้บ่อยที่สุดคือรัฐบาลอินโดนีเซียที่บอกว่าต้องเตรียมตัวอย่างไร คนที่อยู่ห่างกรุงจาการ์ตาก็ไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้ พูดง่าย ๆ รัฐบาลเริ่มประชาสัมพันธ์แต่คนจำนวนมากก็ยังยุ่งกับชีวิตความเป็นอยู่ของตัวเองมากกว่า”
|
สารคดี
สารคดี



.jpg)




.jpg)